คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการศัลยกรรม
Q : อายุเท่าไหร่ถึงจะสามารถเสริมจมูกได้?
A : การทำศัลยกรรมเสริมจมูกควรทำเมื่อกระดูกจมูก และกระดูกใบหน้ามีการเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว ซึ่งโดยทั่วไปกระดูกใบหน้าในผู้ชายจะเติบโตเต็มที่เมื่ออายุประมาณ 16-18 ปี และในผู้หญิงจะเจริญเติบโตเต็มที่เมื่ออายุ 15-17 ปี แต่ส่วนใหญ่แพทย์มักจะให้ทำเมื่ออายุครบ 18 ปีขึ้นไปทั้งชายและหญิง
Q : ซิลิโคนที่เสริมจมูกมีหมดอายุหรือไม่ ต้องเปลี่ยนไหม จะต้องแก้อีกหรือเปล่า?
A : โดยทั่วไปถ้าเสริมแล้วไม่มีปัญหาต่างๆตามมา เช่น เอียง, เบี้ยว, ทะลุ, อักเสบ, ติดเชื้อ หรือไม่สวย ไม่ชอบทรง ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน เนื่องจากซิลิโคนสามารถอยู่ในร่างกายของเราได้ตลอดไป
Q : เป็นภูมิแพ้อยู่เสริมจมูกได้ไหม?
A : ในการทำศัลยกรรมเสริมจมูกจะใส่ซิลิโคนที่ชั้นใต้ผิวหนังบริเวณจมูกเหนือต่อกระดูกจมูก และโพรงจมูก ซึ่งไม่ได้ยุ่งกับส่วนของโพรงจมูกด้านในเลย จึงไม่ทำให้อาการภูมิแพ้แย่ลง หรือดีขึ้นแต่อย่างใด แต่ถ้าเป็นภูมิแพ้อยู่ แนะนำให้ควบคุมอาการภูมิแพ้ให้ดีก่อนแล้วค่อยมาเสริมจมูก เพราะว่าในช่วงการผ่าตัดแพทย์จะเปิดแผลในช่องจมูก หลังผ่าตัดถ้าเรามีปัญหา คัด คัน จาม น้ำมูกไหลบ่อยๆ น้ำมูกอาจจะทำให้แผลเกิดการติดเชื้อ
Q : เสริมจมูกแล้วบวมนานไหม ?
A : อาการบวมหลังเสริมจมูกจะเป็นมากในช่วง 2-3 วันแรกหลังการผ่าตัด บางคนก็มีอาการฟกช้ำด้วย หลังจากนั้นอาการบวมจะยุบลงเรื่อยๆในหนึ่งสัปดาห์ แต่กว่าจะยุบบวมเต็มที่ต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือน และในบางรายอาจนานถึง 6 เดือน เพื่อให้การบวมช้ำเกิดขึ้นน้อยที่สุด เราควรจะประคบเย็นบริเวณหัวคิ้วและสันจมูกเป็นเวลา 3-4 วันแรก
Q : ควรตัดปีกจมูกไปพร้อมๆกับเสริมจมูกเลยดีไหม ?
A : การตัดปีกจมูกและการเสริมจมูกเป็นการผ่าตัดที่ไม่เกี่ยวข้องกัน สามารถทำพร้อมกันหรือทำคนละคราวก็ได้
Q : ถ้าเสริมจมูกเเล้วไม่พอใจ อยากจะเอาซิลิโคนออกแล้วจมูกจะเหมือนเดิมไหม ? (ตอนยังไม่เสริม)
A : การเสริมจมูกด้วยซิลิโคนจะมีการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อที่จมูกบ้างไม่มากก็น้อย ขึ้นอยู่กับขนาดของแท่งซิลิโคนที่เสริมไว้หากเป็นทรงที่ธรรมชาติไม่ฝืนเนื้อจมูกมากเกินไปผิวจะไม่ตึงมากก็ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากนักเวลาเอาจมูกออก อาจจะมีเหี่ยวบ้างเล็กน้อย แต่อีกจุดหนึ่งคือบริเวณกระดูกจมูกที่ถูกซิลิโคนกดทับอยู่นาน ๆ หลาย ๆ ปีจะมีการกร่อนได้บ้าง เวลาถอดจมูกออกแล้วมักจะเตี้ยกว่าก่อนเสริมได้ครับ และหากใส่แล้วแล้วถอดออกหลังการเสริมไม่นานนักจมูกมักจะกลับสู่ รูปเดิมเกือบทุกประการ
Q : เสริมจมูกแล้วสามารถออกกำลังกายได้ไหม ?
A : โดยปกติหลังจากเสริมจมูกได้ 2 สัปดาห์ ก็สามารถออกกำลังกายได้แล้ว แต่ถ้ากลัวกระทบกระเทือนมาก ก็ให้รอจนครบ 1 เดือน จะไม่มีปัญหาแน่นอน แต่หากเป็นกีฬาประเภทที่อาจมีการชนหรือกระแทก บริเวณจมูก ควรรอประมาณ 3 เดือนจะดีที่สุด
Q : เสริมคางหน้าจะเรียวลงจริงไหม ?
A : การเสริมคาง เป็นการช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น โดยปกติแล้ว คนเอเชียมักจะคางสั้น ทำให้ใบหน้าดูกลม พอเสริมคางก็จะทำให้ใบหน้าดูยาวขึ้น ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น
Q : เสริมคางกับฉีดฟิลเลอร์ แบบไหนดีกว่ากัน ?
A : การเสริมคาง มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง เป็นการผ่าตัดขนาดเล็ก ทำไปแล้วสามารถอยู่ได้ถาวรหากไม่มีปัญหาเบี้ยวเอียง หรือต้องการเอาออก ก็สามารถอยู่ได้ตลอดไปเลย
การฉีดฟิลเลอร์เป็นสารเหลวที่เต็มเต็ม อยู่ได้ไม่นาน ต้องหมั่นคอยเติมอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้ง การฉีดฟิลเลอร์สามารถทำให้ฟิลเลอร์ไหลย้อยผิดรูปได้หากดูแลไม่ดี
Q : หลังฉีดโบท็อกซ์ต้องพักฟื้นนานแค่ไหน ?
A : การฉีดโบท็อกช์นั้น ใช้เวลาไม่นานเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น เมื่อฉีดเสร็จแล้วคุณก็สามารถกลับไปทำกิจกรรมหรือไปทำธุระอื่นๆ ต่อได้ทันที
Q : หลังฉีดโบท็อกซ์แล้ว สามารถทาครีมบำรุงผิวต่างๆ ได้ตามปกติหรือไม่ ?
A : การทาครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวต่างๆ สามารถทาได้ตามปกติ แต่แนะนำให้ทาครีมกันแดดและครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ และวิตามินซี เพื่อให้ประสิทธิภาพของโบท็อกซ์ที่ทำให้รอยย่นหายไปอยู่ได้นานมากยิ่งขึ้น
Q : ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน
A : ฟิลเลอร์ที่ผ่านมาตรฐาน อย. สามารถอยู่ได้ประมาณ 8 เดือน – 2 ปี ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด แล้วหลังจากนั้นก็จะค่อย ๆ สลายไป
Q : ฟิลเลอร์กับโบท็อกซ์ต่างกันยังไง?

A :
1. ผลลัพธ์
ซึ่งผลลัพธ์ของ โบท็อกซ์ และฟิลเลอร์มีความแตกต่างกัน
โบท็อกซ์จะช่วยในการลดขนาดกล้ามเนื้อให้เล็กลง และช่วยคลายกล้ามเนื้อที่หดย่น ให้กลับมาเรียบเนียนตึงได้อีกครั้ง โบท็อกซ์จึงเปรียบเสมือนเตารีด
ส่วนการฉีดฟิลเลอร์เปรียบเสมือนการสร้างบ้าน และเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไปให้ดูสมส่วนและมีมิติยิ่งขึ้น

2. ตำแหน่งที่ฉีด
โบท็อกซ์และฟิลเลอร์สามารถฉีดได้หลายจุด ดังนี้
ตำแหน่งการฉีดโบท็อกซ์
– ลดกราม
– กรอบหน้า
– ลดน่อง
– ลดริ้วรอยย่นบริเวณหน้าผาก ตีนกา หางตา ระหว่างคิ้ว
– ผิวหนังบริเวณคอ มือที่เหี่ยว
– บริเวณใต้วงแขนเพื่อลดกลิ่นกาย

ตำแหน่งการฉีดฟิลเลอร์
– ใต้ตา แก้ปัญหาใต้ตาลึก ช่วยให้ดูตื้นขึ้น ดวงตาสดใส ไม่หมองคล้ำ
– ขมับ เติมเต็มขมับตอบให้อิ่มเต็มยิ่งขึ้น ช่วยให้ใบหน้าไม่โทรมและดูเด็กขึ้น
– ร่องแก้ม ช่วยให้ร่องแก้มลึกดูตื้นขึ้น ทำให้ใบหน้าดูเด็กลงอย่างเห็นได้ชัด
– แก้มส้ม ช่วยเติมเต็มให้ใบหน้าเอิบอิ่ม อ่อนเยาว์ ใบหน้าหวานละมุน และมีมิติขึ้น
– คาง แก้ปัญหาคางสั้น คางตัด คางบุ๋ม เมื่อฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มให้คางได้รูปสวยงาม
– ปาก เพราะจะช่วยให้ปากดูอวบอิ่มน่าจุ๊บยิ่งขึ้น

Q : ใครบ้างไม่ควรฉีดฟิลเลอร์บ้าง ?

A :
-คนที่แพ้สาร Hyaluronic Acid
-คนที่มีโรคประจำตัวต้องรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด
-คนที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร
-คนที่มีอาการแพ้ยาชา
-คนที่มีประวัติเป็นแผลคียลอยด์ง่าย

Q : หลังทำตาสองชั้น จะบวมช้ำนานกี่วัน ?
A : อาการบวมช้ำ จะอยู่ที่ประมาณ 3–5 วัน จะบวมมากที่สุด ในวันที่ 3 หลังผ่าตัด หลังจากนั้น อาการบวมจะค่อยๆ ลดลง เเล้วค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ
Q : หลังผ่าตัดตา 2 ชั้น สามารถล้างหน้าได้ไหม ?
A : ในช่วง 5 วันแรกห้ามแผลโดนน้ำ ให้ใช้สำลีชุบน้ำหรือผ้าขนหนูจุ่มน้ำบิดหมาดๆ เช็ดหน้าแทนการล้างหน้า
Q : หลังผ่าตัดตา 2 ชั้น สามารถใส่คอนแทคเลนส์ได้ไหม ?
A : ในช่วง 7 วันแรกห้ามใส่คอนแทคเลนส์ ให้ใส่แว่นสายตาแทนไปก่อน
Q : หลังผ่าตัดตา 2 ชั้น สามารถแต่งหน้าได้ไหม ?
A : งดใช้เครื่องสำอางบนเปลือกตาทุกชนิด 1 สัปดาห์ ควรรอให้แผลหายสนิทเสียก่อน จะได้ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อจากเครื่องสำอาง
Q : หลังผ่าตัดศัลกรรมห้ามทานอะไรบ้าง ?
A : ของต้องห้าม คือ อาหารทะเล อาหารดิบ ของหมักดอง ปลาร้า เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ เป็นเวลา 1 เดือนหลังผ่าตัด

MEESOOK Clinic

 

19 /3 ถ.ชยางกูล ข. ต.มุกดารหาร ข้างแอมเวย์ช็อปมุกดาหาร ก่อนถึง บขส.มุกดาหาร

เทศบาลเมืองมุกดาหาร 49000

เปิดบริการ 09.00-19.00 น.

โทร. 042 041 433, 045-998-844

Paper writing is a skill that is becoming more and more popular with essaywriter young people and is assisting them to write better papers and essays. The coming of the world wide web has helped many bloggers to create their living from home by providing a wider range of essay writing solutions. If you are thinking about outsourcing your own essay writing into a writer, there are a number of concerns that you ought to consider to be sure you get the very best service. Whether you are likely to outsource your essay writing into a writer from overseas or a local domestic author, you need to choose the service that fits your needs the most. Some tips to help you with your selection would be as follows.